it's hard to walk away from the best of days
but if it has to end, I'm glad you have been my friend in the time of our lives

วันอาทิตย์
1 มกราคม 2555
กลับมาถึงลักเซมเบิร์กประมาณบ่ายสามกว่าๆ ถึงบ้านแล้วก็จัดแจงเตรียมของกินกันทันที


น่ารักป่าวววว ;)

รูปดูดีเกินไปนะ 555+

หมึกเมา 555+
อันนี้เป็นของที่เตรียมไว้สำหรับปาร์ตี้นะ ส่วนมื้อเย็นของเรา...รูปไม่มีค่ะ ปอปลง!!!
ทำหมูย่าง จิ้มแจ่วกินกัน โอ้วแซ่บบบบบ :P
วันนี้มีเพื่อนคนไทยอีกคนแวะมาที่บ้านด้วย เป็นเพื่อนกับอออีกที ชะนีก็เลยได้เม้าท์กันออกรสหน่อย 555+
ตอนแรกคิดว่าจะปาร์ตี้กันที่บ้าน แต่ไปๆมาๆ เพื่อนคนนั้นก็มาไม่ได้ คนนี้ก็มาไม่ได้
สรุปแล้วรวมกันได้ 5 คนเท่าเดิม เลยวางแผนออกไปตระเวนราตรี
ดึกๆก็ขึ้นไปอาบน้ำ แปลงโฉมกัน เพราะทั้งตัว ทั้งหัว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นหมูย่าง :D
อิเบลก็ไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนเตรียมจะออกไปลันลากันข้างนอก เลยไม่ได้เตรียมชุด เตรียมอะไรมา
พากันขึ้นไปรื้อตู้เสื้อผ้าของเพื่อน ก็ออกมาเป็นเยี่ยงนี้

ร็อคแบบไม่ได้ตั้งใจ -"- อิแจ๋วถือมีดกับเลม่อนรูปก่อนหน้านี้เป็นใคร ไม่รู้จัก 555+
ชุดนี้มี 3 ชิ้นที่เป็นของตัวเอง คือเสื้อใน เกงใน และถุงน่อง :P

อิเบลอๆนี่ดูดีเชียว

เจ้าของบ้าน

ชะนี 3 นาง
ภาพที่เหลือจากนี้มาจากกล้องเพื่อนอีกคน

สังเกตุขวดค็อกเทลส้มๆด้านหลังนะ...

รูปบนเหมือนจะเล็กใช่ป่ะ 555+

มีความสุขมากไปก็ไม่ดีนะ . . . หน้ายับเชียว T.T

ขำอะไรกัน จำไม่ได้ 555+
กว่าจะได้เยื้องออกจากบ้านกันก็ 5 ทุ่มปลายๆ ลุ้นว่าจะไปทันเคาท์ดาวมั้ย
สรุปว่าลงจากแท็กซี่ปุ๊ป เขานับกันเสร็จละ ขึ้นปีใหม่กันในแท็กซี่ 555+
. . .
วันอาทิตย์ 1 มกราคม 2555
ยังไงก็เลยเที่ยงคืนแล้ว เปลี่ยนวันที่มาเป็นวันที่ 1 เลยละกัน
ปล่อยผีกันที่นี่
v
v
v

รูปนี่ถ่ายตอนกลับมาฮอลแลนด์แล้วนะ จิ๊กพัดมา 555+
แจ๊คพ็อตอีก ปกติที่นี่ไม่ต้องจ่ายค่าเข้า คืนนี้โดนกันไปคนละ 20 ยูโร แต่ไม่ได้จ่ายทุกวัน ช่างมัน หนุกหนาน
แล้วพวกอิเบลก็พากันเกรียนอีก เห็นโต๊ะปุ๊ปก็นั่งกันปั๊ป อุ๊ยมีหน้ากาก มีพัดให้เล่น แกะๆ
สักพักพนักงานมาบอกว่าโต๊ะนี้มีคนจองแล้ว 555+ ไปยืนก็ได้ฟระ แต่ของที่เล่นกันอ่ะ ยึดนะ :P

เนื่องจากเบลเป็นเด็กดีมาก เพื่อนถามจะดื่มอะไร...ไม่รู้ ไม่รู้จักเหล้าห่าอะไรเลย สั่งๆมาเหอะ ซดหมด ^^'

our hot guy lol
อย่าเข้าใจผิดกันล่ะ สเตฟานนี่เพื่อน ก็เพื่อนกันหมดทั้งก๊กนั่นแหละ

มิเกล

โอลิเวอร์ กับ สเตฟาน
ต้องพรางหน้า ทำรูปเบลอ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเสียอนาคต 555+

ชะนีกับน้ำเก๊กฮวย :D ไปกัน 5 คนเท่านี้แหละ
ซวบไปได้ 2-3 แก้ว เครื่องร้อน (ไม่ได้เมานะ ไม่มึนเลยด้วยซ้ำ แค่ตึงๆ)
ชะนีพากันแด๊นซ์กระจายบ่สนใจไผ บรรยากาศมันพาไป เพื่อนชายของเราๆก็ใช่ย่อย 555+
สักพักก็เจอเพื่อนของแม่ของเพื่อน ก็ม่วนคั่กกันทั้งป้าทั้งหลาน แคร์ใครล่ะ ไม่มีใครรู้จักเรา :P
. . .
ออกมาตีสี่กว่าๆ เพื่อนสาวอ้วกแตก อ้วกแตนค่ะ อิแท็กซี่มีบอก ถ้าอ้วกในรถ ต้องจ่าย 200 ยูโรนะ
โอลิเวอร์ก็รีบบอกเพื่อนสาวอิฉันทันที นี่ๆถ้าอ้วกต้องจ่าย 200 นะ - -" ดูมันสั่งคนเมาได้ 555+
ถึงบ้านประมาณตีห้า โอลิเวอร์หิ้วเพื่อนสาวเราไปนอน แล้วลงมานั่งคุยกันแป๊ปนึง
สักพักโอลิเวอร์ก็ขึ้นไปนอน สเตฟานก็กลับบ้าน . . . เหลือกันอยู่ 2 หน่อ หลับไม่ลงละ
อิเบล : ถ้าหลับ เกรงว่าตอนเช้าจะตื่นไม่ไหว
มิเกล : ถ้ากลับบ้าน ที่บ้านก็ต้องเรียกกินข้าวเช้าด้วย มันก็ไม่อยากตื่น 555+
สรุปว่าอิ 2 คนนี่นั่งคุยกันยันเช้า...ไม่ใช่สิ เพราะกลับถึงบ้านกันก็เช้าแล้ว เรียกว่านั่งคุยกันยันสว่างมากกว่า
- - - - >
คนสองคน อยู่คนละซีกโลกกัน แต่มาเจอกันตรงนี้ และเกิดความรู้สึกดีๆขึ้นพร้อมกัน
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยกัน เห็นแสงแรกของปีใหม่ด้วยกัน . . . เหี้ยโรแมนติกชิบหาย
เต้นรำกับเจ้าชายทั้งคืน แต่เช้ามาต้องแปลงร่างเป็นนังซินหอบเสื้อผ้ากลับบ้านแม่ไก่
แต่ต้องจากกันไปอีกคนละซีกโลก ภายในแค่ 3-4 ชั่วโมง หลังจากรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน
ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่เริ่มวันแรกของปีด้วยความรู้สึกดีๆ "ด้วยกัน"
และก็ขอโทษความรักดีๆที่มีมาตลอด 2 ปี ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่อยากหลอกตัวเอง ไม่อยากหลอกใคร
นัดโอลิเวอร์ไว้ว่า 10 โมงเช้า ลงมาเจอกัน เพราะกะว่าจะออก 10 โมงเช้า
แต่ก็ยังมึนๆ ตึงๆ เลยคุยให้หายมึนกันพักนึง กว่าจะออกก็เที่ยงกว่ามั้ง

ปาปารัชซี่ถ่ายรูปแซะเล็บจนนาทีสุดท้าย :P
ออกจากบ้านไปสถานีรถไฟ แต่แวะเอามิเกลไปปล่อยที่บ้านก่อน ออบอกมิเกลดูช็อตๆ
คือไม่ใช่เฉพาะมิเกลหรอกที่ช็อต อิเบลก็ช็อต 555+
คือตอนนั้นออไม่รู้ไงว่าอิสองคนนี่เล่นไม่หลับไม่นอนกันเลย = =
. . .
ระหว่างที่รอรถไฟออก ก็คิดถึงเรื่องที่คุยกับพี่เมย์ว่าเวลาไปไหนเบลควรจะซื้อของที่ระลึกติดไม้ติดมือบ้าง
คือเบลเริ่มรู้สึกว่า นับวันไมล์เดินทางของเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีวี่แวว่าจะเบาลง หรือหยุดลงสักที
สาเหตุที่ไม่เคยซื้อของที่ระลึกเลยเพราะงกไง คิดว่าเออถ่ายรูปเอาก็พอแล้ว
แต่รูปที่เราถ่ายๆมาก็จับต้องไม่ได้เลย เพราะไม่ได้เอาไปอัดออกมาเป็นกระดาษ
อีกอย่างมันให้อารมณ์ต่างจากของที่ระลึก
อยากให้คนในชีวิตเรา ที่ไม่ได้อยู่กับเราในช่วงเวลานั้น สัมผัสอะไรได้บ้าง
ชิ้นแรกของการสะสม ควรจะเริ่มที่ Trier ใช่มะ เพราะเริ่มคุยกับพี่เมย์ที่ Trier แต่ดันลืมซะงั้น -"-

เลยต้องมาเริ่มสะสมไมล์กับ Luxembourg โดยล่ะม่อม :)
. . .
รถไฟออกจากลักเซมเบิร์กกี่โมงจำไม่ได้ละ ขออัพไดไปก่อนเดี๋ยวค่อยรื้อตั๋วดูแล้วมาแก้ที่หลัง
เบลนั่งรถไฟกลับฮอลแลนด์ในสภาพที่ไม่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ T^T
คือไม่กี่วันที่ผ่านมา มีความสุขมากๆ ทั้งที่เทรียและลักเซมเบิร์ก
คิดๆแล้วโอ๊ยดราม่า คือไม่เคยคิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนี้ ไม่ได้เว่อร์นะ แต่ถ้าให้รื้อต้นเรื่องก็คงยาว
แค่คิดว่าต้องกลับไปเจออะไรที่ฮอลแลนด์ ก็อยากโดดให้รถไฟทับตายไปซะตรงนั้น
แต่ก็ยังได้กำลังใจมาจากตอนอยู่ที่นั่นว่าสนุกให้เต็มที่ แล้วกลับไปสู้ต่อ อืมสู้!!!
แล้วจะกลับมามีความสุขแบบนี้อีกครั้ง
พูดแล้วก็คิดถึงที่แม่เคยไปดูดวงให้ หมอดูบอกว่าดวงเบลกับดวงพี่ชายต่างกันมาก
ในเจ็ดวัน พี่ชายเบลจะมีเทวดาคุ้มครองอยู่แค่ 2-3 วัน
ส่วนเบลมีเทวดาคุ้มครองหมดทั้ง 7 วัน ไปไหนก็จะมีเทวดาคอยคุ้มครองเสมอ
แต่หมอดูคงลืมบอกว่าจะมีสัมภเวสี ผีเปรต มาขอส่วนบุญอยู่เนืองๆเหมือนกัน 555+
ขอบคุณทุกคน ทั้งเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ สำหรับมิตรภาพและความรู้สึกดีๆ
ปิดหน้านี้ด้วยรูประหว่างการเดินทางกลับฮอลแลนด์ละกัน
ถ่ายมาแบบมึนๆ และเร่งรึบ เพราะต้องเปลี่ยนรถไฟถึง 4 รอบ TOT
แล้วมีเวลาให้เดินเปลี่ยนชานชลาประมาณ 10 - 15 นาที เท่านั้น ไม่นั่งหลับเลยสถานีก็บุญแค่ไหน

บ่ายสองแล้วยังอยู่เบลเยี่ยมอยู่เลย

Liege-Guillemins Railway Station, Beguim
เป็นสถานีรถไฟที่อลังค์จนอิเบลอ้าปากหวอ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใน UFO
รูปนี้ดูแล้วไม่เหวอเท่าไร เสียดายที่ไม่มีเวลาเดินชม เพราะผ่านมาต่อรถไฟแค่ 10 นาที
มารู้ทีหลังว่าคนออกแบบคือ Santiago Calatrava ซึ่งถ้าลองดูผลงานของเขาแล้วจะเห็นว่า
มีแต่แนวอลังค์การล้ำโลกที่เราไม่คิดว่า เฮ้ยแม่งสร้างได้จริงเหรอวะ เออแต่มันก็สร้างได้จริง ซูฮก!!

ลองตามลิงค์นี้ไปดูรูปเพิ่มกันเองนะ http://www.interiordesign.net/article/480551-Santiago_Calatrava_Calls_Attention_to_Transportation_Design_with_Liege_Train_Station.php
รูปข้างล่างนี่ก็ที่ Liege-Guillemins ทั้งหมดเลยนี่หว่า - -" สรุปว่าไม่ได้ถ่ายที่อื่นเลย 555+


ทางขึ้นไปชานชลาก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนโดนยานแม่ดูขึ้นไป

แต่รถไฟเบลเยี่ยมนี่ให้ความรู้สึก รฟท มากๆ ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน

อีกฝั่ง

รูปสุดท้ายของวัน...
อ่อยังไม่จบ กลับถึงบ้านตอนค่ำ เจอนี่...

อยากจะกระโดดข้ามทวีปไปกอดหล่อนนะดู๋ดี๋
ปล. พยายามเขียนไดอารี่หน้านี้ด้วยสติและความสำรวม ให้ดูเพ้อเจ้อน้อยที่สุดแล้วนะ
แต่ก็มีเพ้อเจ้อบ้างให้คงความเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเขียนตอนเกิดเหตุการณ์สดๆร้อน เกรงมีคนมาขอไปเขียนบททำหนัง กูมึนโฮก 555+